Research Abstracts

RESEARCG ABSTRACTS

ชื่อเรื่อง ปัจจัยเหตุที่ทำให้นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญมีสภาพรอพินิจ
สาขาวิชา ศึกษาศาสตร์
นักวิจัย จิระวัฒน์ วงศ์สวัสดิวัฒน์และเสกสรรค์ ทองคำบรรจง
หน่วยงาน ศูนย์วิจัยทางธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
ปีที่ศึกษา 2541
ประเภทเอกสาร ผลงานวิจัย
จำนวนหน้า 56
แหล่งเงินทุน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
คำสำคัญ นักศึกษารอพินิจ ทักษะภาษาอังกฤษ การวางแผนการเรียน
การเลือกคณะ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทัศนคติต่ออาจารย์ และระดับปรารถนา
ลิขสิทธิ์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
 
บทคัดย่อ
 
       จากการสำรวจนักศึกษาภาคเรียนที่สองปีการศึกษา 2539 ทั้งหมด 14,960 คน พบว่ามีนักศึกษารอพินิจ 2,109 คน คิดเป็น ร้อยละ 14.03 คณะที่มีนักศึกษารอพินิจ สูงสุด (มากกว่า ร้อยละ 23) ได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (24.14%) และคณะวิศวกรรมศาสตร์ (23.10%) เป็นนักศึกษาที่ยังไม่เลือกวิชาเอก รองลงมา (นักศึกษารอพินิจ มากกว่า ร้อยละ 16) ได้แก่ คณะบริหารธุรกิจ (16.25%) คณะการจัดการธุรกิจความเสี่ยงและอุตสาหกรรมบริการ (16.57%) คณะนิติศาสตร์ (16.55%) ทั้งสามคณะเป็นนักศึกษาที่ยังไม่เลือกวิชาเอก เช่นกัน ที่เลือกวิชาเอกแล้วได้แก่ สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ ซึ่งมีนักศึกษารอพินิจ ร้อยละ 16.10 กลุ่มที่สามมีนักศึกษารอพินิจ สูงกว่า ร้อยละ 13 ได้แก่ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศศาสตร์ (15.25%) สาขาวิชาเทคโนโลยีทางอาหาร (14.94%) สาขาวิชาการจัดการโรงแรม (14.00%) สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศสธุรกิจ (13.19%) สาขาภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ (13.94%)
       เพื่อลดทอนจำนวนนักศึกษารอพินิจในคณะและภาควิชาต่างๆ ผู้วิจัยจึงได้วางแผนศึกษาปัญหา
ดังกล่าวเพื่อนำผลที่ได้มาแก้ไขปรับปรุง การวิจัยจึงมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยเหตุสำคัญที่ทำให้นักศึกษามีสภาพรอพินิจในคณะและภาควิชาต่างๆ 2) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการศึกษาเล่าเรียนของนักศึกษารอพินิจและไม่รอพินิจ 3) เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคด้านการเรียนในคณะและภาควิชาต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญทุกชั้นปีจำนวน 1,125 คน จากคณะบริหารธุรกิจ คณะประกันภัย คณะศิลปศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ และคณะเทคโนโลยีชีวภา การเก็บรวบรวมข้อมูล ใช้วิธีให้นักศึกษาตอบแบบสอบถามในชั้นเรียน โดยผู้วิจัยขอเวลาจากอาจารย์ผู้สอนประมาณ 30 นาที สำหรับกลุ่มนักศึกษารอพินิจมากกว่า 3 ครั้ง ซึ่งจะต้องอยู่ในความดูแลของอาจารย์ในหน่วยงาน สังกัดสำนักงานรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ กลุ่มนี้จะมีการประชุมเพื่อปรึกษาปัญหาต่างๆ และลงทะเบียนเรียน ผู้วิจัยได้ขอให้นักศึกษาตอบแบบสอบถามในที่ประชุมทุกคน
       ผลการศึกษาจากข้อคำถามปลายเปิดเกี่ยวกับสาเหตุการรอพินิจของนักศึกษา ABAC พบว่าสาเหตุสำคัญส่วนใหญ่มาจากตัวนักศึกษาเอง คือไม่ตั้งใจเรียน ไม่สนใจอ่านหนังสือ เตรียมตัวไม่พร้อมสำหรับการสอบ วางแผนการเรียนไม่ดี ปัญหารองลงมา ได้แก่ พื้นฐานภาษาอังกฤษไม่ดี อาจารย์พูดเร็ว สำเนียงฟังยาก และขาดความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ทำให้นักศึกษาไม่เข้าใจเนื้อหาวิชาที่อาจารย์สอน อีกปัญหาหนึ่งคือบ้านไกล รถติดใช้เวลาเดินทางมาก มีความเหน็ดเหนื่อย และไม่มีเวลาทบทวนวิชาเรียน สาขาวิชาที่นักศึกษาระบุสาเหตุว่ามาจากอาจารย์ได้แก่ สาขาวิชาการตลาด สาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาการจัดการโฆษณา และสาขาวิชาการโรงแรม
       ผลวิเคราะห์กลุ่มนักศึกษาที่ไม่รอพินิจและมีความพอใจในผลการเรียน พบว่ามีระดับปรารถนาในเรื่องการเรียนสูง มีความตั้งใจและเอาใจใส่ต่อการเรียน มีการวางแผนการเรียนดี มีความพร้อมในการเตรียมตัวสอบ เมื่ออยู่ในกลุ่มเพื่อนก็จะคุยกันในเรื่องที่เกี่ยวกับการเรียน ประการสำคัญกลุ่มนี้ระบุว่าคณะวิชาหรือสาขาวิชาที่กำลังศึกษาอยู่ตรงกับความต้องการของตนเอง และเขาเองเป็นผู้เลือกศึกษาในสาขาวิชาดังกล่าว
       ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ นักศึกษาจำนวนหนึ่งประมาณ 20% ของจำนวนที่รอพินิจเคยมีผลการเรียนดีเมื่ออยู่โรงเรียนมัธยม แสดงว่าเคยเป็นกลุ่มที่ตั้งใจเรียน สนใจอ่านหนังสือ และมีการเตรียมตัวดีในการสอบ แต่เมื่อมาเรียน ABAC จะประสบปัญหาในด้านการฟังและการอ่านตำราภาษาอังกฤษ ทำให้ตามเพื่อนไม่ทัน เป็นผลให้การเรียนตกต่ำ เกิดความท้อถอยและเบื่อหน่ายไม่ตั้งใจเรียน ไม่สนใจอ่านทบทวนวิชาเรียนและหันไปสนใจอย่างอื่นแทน
       ผลวิเคราะห์เกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษของนักศึกษา พบว่ากลุ่มที่ไม่รอพินิจ จะมีคะแนนเฉลี่ยในเรื่องการฟังและการอ่านสูงกว่าอีกสองกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ณ ระดับ.001 และกลุ่มนักศึกษารอพินิจร้อยละ 82.62 จากจำนวน 622 คน สอบ Eng 1 ไม่ผ่านในครั้งแรกและที่สอบไม่ผ่านครั้งที่สองก็มีสูงถึงร้อยละ 31.98
       ปัญหาการเลือกคณะ นักศึกษาที่รอพินิจส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่มีความสามารถด้านการเรียนปานกลาง และมีพื้นฐานภาษาอังกฤษไม่ดีมาก กับอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมีความสามารถในการเรียนสูงและมีพื้นฐานภาษาอังกฤษไม่ดี แต่ทั้งสองกลุ่มยังไปเลือกคณะที่มีมาตรฐานการตัดเกรดสูง ทั้งยังมีนักศึกษาที่มีความสามารถด้านการเรียนอยู่จำนวนมากเป็นเหตุให้รอพินิจ เมื่อรอพินิจครั้งแรกและครั้งที่สองก็ทำให้เสียขวัญ เกิดความท้อถอย ไม่มีกำลังใจต่อสู้ อีกประการหนึ่งการเลือกนักศึกษาเข้าเรียนวิชาเอกของบางสาขาวิชาจะต้องได้เกรด C ในการเรียนภาษาอังกฤษเป็นอย่างต่ำ ทำให้เด็กพยายามทำในสิ่งที่เกินความสามารถของตนอยู่ซ้ำซาก นักศึกษาจำนวนไม่น้อยเรียน Eng 1 ได้เกรด D มากกว่า 3 ครั้ง ในกรณีนี้โอกาสพ้นการรอพินิจจึงมีน้อย
       การใช้เวลาเพื่อการศึกษาของนักศึกษารอพินิจน้อยเกินไป ส่วนใหญ่ใช้เวลากับการสังสรรกับเพื่อน ทำกิจกรรม เดินตามห้างสรรพสินค้า ดูหนังฟังเพลง และสิ่งบันเทิงต่างๆ มีเพียงจำนวนน้อย (28.27%) ที่ระบุว่าได้ใช้เวลาว่างในช่วงกลางวันเข้าห้องสมุด ทบทวนวิชาเรียน หรือทำการบ้าน และเพียงร้อยละ 19.81 ที่ใช้เวลาว่างในตอนกลางคืนทบทวนบทเรียนอ่านหนังสือ หรือทำการบ้าน
       อีกประการหนึ่งที่ทำให้นักศึกษารอการพินิจ คือการเลือกมาเรียน ABAC พบว่าส่วนใหญ่ของนักศึกษากลุ่มนี้ประมาณ ร้อยละ 75.7 ระบุว่าเป็นความต้องการของผู้ปกครอง ในขณะที่นักศึกษาไม่รอพินิจมีเพียง ร้อยละ 24.3 ที่ระบุว่ามาเรียนเพราะเป็นความต้องการของผู้ปกครอง ซึ่งหมายถึงว่าแท้จริงแล้วนักศึกษาส่วนหนึ่งก็รู้ตัวอยู่ว่าความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษไม่ดีพอ แต่ขัดความประสงค์ของผู้ใหญ่ไม่ได้จึงจำใจมาเรียน
       นักศึกษารอพินิจส่วนใหญ่ต้องการกำลังใจ และแรงสนับสนุนจากผู้ใกล้ชิดโดยเฉพาะอาจารย์ แต่อาจารย์ ABAC ไม่ค่อยมีเวลาให้นักศึกษาได้พบและขอคำปรึกษาด้านการเรียน ผลวิเคราะห์ทัศนคติต่ออาจารย์พบว่าแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ระหว่างนักศึกษารอพินิจ และไม่รอพินิจ เกี่ยวกับความเอาใจใส่ของอาจารย์ต่อนักศึกษา การให้เวลาในการปรึกษาปัญหาด้านการเรียน


    

   

Suvarnabhumi Campus, 16th Floor, CL Building
Bangna-Trad KM.26, Bang Sao Thong, Samutprakarn 10540
Tel. (662) 723-2163-8 Fax. (662) 707-0406
E-mail : riau@au.edu