| ชื่อเรื่อง |
บทบาทของสถาบันศาสนาในการจัดการศึกษาแห่งชาติ |
| สาขาวิชา |
ปรัชญาและศาสนา |
| นักวิจัย |
กีรติ บุญเจือ |
| หน่วยงาน |
คณะปรัชญาและศาสนา, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ |
| ปีที่ศึกษา |
พ.ศ.2541 |
| ประเภทเอกสาร |
ผลงานวิจัย |
| จำนวนหน้า |
87 |
| แหล่งทุน |
คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ |
| คำสำคัญ |
สถาบันศาสนา การศึกษาแห่งชาติ |
| ลิขสิทธิ์ |
คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ |
| |
| บทคัดย่อ |
| |
| ความนำ |
| |
รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ระบุนโยบายใหม่ไว้ชัดเจน เกี่ยวกับบทบาทการศึกษาของสถาบันศาสนา
ดังต่อไปนี้ |
| มาตรา 73 "รัฐต้อง
สนับสนุนการนำหลักธรรมของศาสนามาใช้ เพื่อสร้างเสริมคุณธรรมและพัฒนาคุณภาพชีวิต" และมาตรา 81 ระบุว่า "รัฐต้องจัดการศึกษาอบรมและสนับสนุนให้เอกชนจัดการศึกษาอบรมให้เกิดความรู้คู่คุณธรรม" |
| การสนับสนุนย่อมหมายถึงทั้ง 2 ด้าน คือหมายถึงเรียกร้องให้สถาบันศาสนามีบทบาทในการศึกษาแห่งชาติ และหมายถึงว่ารัฐจะต้องช่วยเหลือให้สถาบันศาสนามีบทบาทได้ตามเป้าหมาย |
| สถาบันศาสนาพึงมีบทบาทได้ในด้านการศึกษาอบรมวิชาศาสนา ศีลธรรมโดยเฉพาะและอาจจะมีบทบาทในการสอนวิชาสามัญต่าง ๆ ตามความพร้อมของศาสนบุคคลการจัดการศึกษาอบรมที่ระบุข้างต้น อาจจะจัดได้ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย
รัฐจะต้องช่วยเหลือใน 2 ด้าน คือ
1) ช่วยเหลือในด้านเตรียมความพร้อมของบุคลากร ซึ่งอาจจะเป็นศาสนบุคคล หรือบุคคลที่สถาบันศาสนาจ้างมาร่วมงาน 2) ช่วยเหลือในด้านการเงินหากมีความจำเป็น สถาบันศาสนาช่วยรัฐได้อย่างไร มีศาสนบุคคลจำนวนมากที่มีความเสียสละช่วยการศึกษาได้เป็นอย่างดี หากได้ทำบทบาทในการศึกษาจะมีผู้มีคุณภาพสมัครใจเสียสละอีกมาก อย่างเช่น แม่ชีไทย เป็นต้น
สถาบันศาสนามีศาสนสมบัติสะสมต่อเนื่องไว้มาก และยังจะได้รับบริจาคต่อไป จึงน่าจะนำส่วนหนึ่งมาใช้ในการศึกษา ซึ่งจะมีผลให้มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคมากขึ้นเพราะได้เห็นผลทันตาสถาบันศาสนามีศักยภาพที่จะจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัย ตั้งแต่ระดับเบื้องต้นที่สุดจนถึงขั้นสูงสุดของอุดมศึกษาตลอดจนถึงการวิจัยหลังอุดมศึกษาด้วยสำหรับการนี้ แต่ละหน่วยงานของสถาบันศาสนาจะต้องใช้เงินบริจาคไม่ต่ำกว่า 30% เพื่อจัดการศึกษา รัฐช่วยพัฒนาบุคลากรของสถาบันศาสนาอย่างไรได้บ้าง |
ที่สำคัญที่สุดก็คือวางนโยบายร่วมให้ทุกสถาบันศาสนามีทัศนคติและเป้าหมายในการจัดการศึกษาสอดคล้องกับนโยบายของรัฐธรรมนูญคือ "ส่งเสริมความเข้าใจอันดีและความสมานฉันท์ระหว่างศาสนิกของทุกศาสนา" (มาตรา 73) จะบรรลุเป้าหมายนี้ได้จำเป็นต้องมีการอบรมบุคลากรของทุกศาสนาให้มีปรัชญาที่เอื้อต่อทัศนคติดังกล่าวและใช้วิธีสอนศาสนาอันพึงประสงค์ คือ สมมติร่วมกันเป็นปฐมว่า ทุกศาสนาล้วนแต่ดีแต่ดีต่างกัน จึงพึงวิเคราะห์และประเมินค่าแต่ละศาสนาตามบริบทของแต่ละศาสนา ส่วนปรัชญาที่เอื้อต่อทัศนคติดังกล่าวคือปรัชญาที่ฝึกให้ใช้วิจารณญาณ โดยรู้จักวิเคราะห์วางตัวเป็นกลาง และรับรู้คุณค่าของความเป็นมนุษย์วางนโยบายชัดเจนในการพัฒนาบุคลากรศาสนา ให้รู้คำสอนศาสนาที่จะสอนอย่างถึงแก่น รู้วิธีสอนที่ทันสมัย รู้จักอบรมบุคคลรอบด้าน ทั้งความเข้าใจ อารมณ์ และเจตคติที่ถูกต้องส่งเสริมให้ศาสนบุคคลได้เรียนรู้วิชาสามัญที่ตนถนัดจนสามารถสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพในการพัฒนาบุคลากร<
ดังกล่าวมาข้างต้น รัฐจะต้องทั้งสนับสนุนและควบคุมคุณภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดทางการศึกษาของชาติรัฐพึงช่วยสนับสนุนด้านการเงินอย่างไรถ้าหน่วยงานใดช่วยตัวเองได้เต็มที่ รัฐจะสนับสนุนให้เป็นสถาบันการศึกษาในกำกับรัฐบาลถ้าหน่วยงานใดช่วยตัวเองไม่ได้ทั้งหมด รัฐจะต้องช่วยอุดหนุนเท่าที่จำเป็นถ้าหน่วยงานใดต้องการความช่วยเหลือจากรัฐเกินความจำเป็น รัฐพึงสั่งให้หน่วยงานนั้นลดบทบาทลงเท่าที่เห็นว่าเหมาะสมหรืออาจจะสั่งให้ระงับเสียเลยก็ได้ เพื่อมิให้ใช้ทรัพยากรอย่างไม่คุ้มค่า รัฐพึงส่งเสริมให้ศาสนาต่าง ๆ ร่วมมือกัน |
โดยจัดกิจกรรมพิเศษระหว่างศาสนาและนิกาย เช่น การสัมมนาร่วมกัน การจัดโครงการร่วมกัน การจัดหลักสูตรอบรมบุคลากรร่วมกัน เป็นต้น รวมทั้งการสนับสนุนให้เข้าร่วมโครงการนานาชาติที่มีนโยบายดังกล่าว เช่น องค์การ WCRP (World Conference of Religion and Peace) เป็นต้น
ขั้นตอนในการดำเนินการ |
- ขั้นต้น ให้สำรวจดูสถาบันการศึกษาของสถาบันศาสนาที่มีอยู่แล้ว ชักชวนให้ปรับตัวเข้กับนโยบายใหม่ของรัฐธรรมนูญว่าด้วย "บทบาทของสถาบันศาสนาต่อการศึกษาแห่งชาติ"
- ขั้นต่อ ๆ ไป ให้สำรวจดูความพร้อมของหน่วยงานศาสนาแต่ละหน่วยว่าจะมีความพร้อมดำเนินการจัดการศึกษาอย่างไรได้บ้าง ชักชวนให้ตื่นตัวร่วมมีบทบาทตามนโยบายใหม่นี้
ที่ใดพร้อมก็ให้เริ่มได้ทันที ที่ใดยังไม่พร้อมก็ให้จัดวางโครงการพัฒนาไปสู่ความพร้อมตามลำดับขั้นต้น
|
| ผลที่หวังจะได้รับ |
- ประเทศไทยมีโอกาสเป็นผู้นำในนโยบายใหม่นี้
- การศึกษาของชาติจะพัฒนาได้กว้างและไกลขึ้น
- บุคลากรของศาสนาต่าง ๆ จะมีคุณภาพมากขึ้น
- ฐานะของแม่ชีไทยจะเป็นที่ยอมรับมากขึ้น และจะพัฒนาขึ้นอย่างมาก
- เยาวชนของชาติจะเป็นประชากรที่มีคุณภาพพร้อมที่จะร่วมมือกับนานาชาติอย่างสมศักดิ์ศรี
|