| ชื่อเรื่อง |
การศึกษาสมรรถภาพผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ |
| สาขาวิชา |
ศึกษาศาสตร์ |
| นักวิจัย |
จิระวัฒน์ วงศ์สวัสดิวัฒน์,ปรีชา เมธาวัสรภาคย์, เสกสรรค์ ทองคำบรรจง และ บัญชา สกุลดี |
| หน่วยงาน |
ศูนย์วิจัยทางสังคมศาสตร์ สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ |
| ปีที่ศึกษา |
มิถุนายน 2541 มิถุนายน 2542 |
| ประเภทเอกสาร |
ผลงานวิจัย |
| จำนวนหน้า |
115 |
| แหล่งทุน |
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ |
| คำสำคัญ |
สมรรถภาพผู้สำเร็จการศึกษา เจตคติต่อวิชาชีพ |
| ลิขสิทธิ์ |
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ |
| |
| บทคัดย่อ |
| |
| การวิจัยเรื่อง การศึกษาสมรรถภาพของผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัยคือ 1. เพื่อวิเคราะห์หาสมรรถภาพของนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพของโรงเรียนเอกชนประเภทอาชีวศึกษา 2 เพื่อศึกษาระดับสมรรถ-ภาพของนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพของโรงเรียนเอกชนประเภทอาชีวศึกษา 3.เพื่อระบุสมรรถภาพที่ยังไม่เพียงพอของนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพของโรงเรียนเอกชนประเภทอาชีวศึกษา โดยประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้จะจำแนกออกเป็น 2 กลุ่มหลักด้วยกัน ได้แก่ นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีการศึกษา 2540 จำนวน 87,413 คน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ซึ่งมีขนาดของกลุ่มตัวอย่างดังต่อไปนี้ คือ 1. กลุ่มนักเรียนที่กำลังศึกษาต่อ 1,090 คน 2. กลุ่มที่ทำงานเป็นลูกจ้างในองค์กรต่างๆ 284 คน 3. กลุ่มที่ทำงานและศึกษาต่อ 707 คน และกลุ่มที่มีประสบการณ์ตรงกับนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่เป็นเจ้าของกิจการซึ่งนักศึกษากลุ่มนี้ทำงานอยู่ 666 คน และกลุ่มครู-อาจารย์ที่สอนหรือเคยสอนนักศึกษากลุ่มนี้ 351 คน |
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบประเมินสมรรถภาพซึ่งประเมินโดยตัวนักเรียนเอง ประเมินโดยครูผู้สอน และประเมินโดยเจ้าของสถานประกอบการหรือผู้บังคับบัญชา ซึ่งเครื่องมือทุกฉบับผ่านการหาคุณภาพและได้รับการปรับปรุงด้านความเที่ยงตรง และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .9295, .9435 และ .9533 ตามลำดับ การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตอบวัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ใช้การวิเคราะห์เชิงบรรยาย เช่น Mean, S.D. และใช้การวิเคราะห์เชิงอ้างอิงได้แก่ การวิเคราะห์ความแปรปรวนพหุคูณ (Multivariate Analysis of Variance : MANOVA) การวิเคราะห์ความแปรปรวน (Analysis of variance : ANOVA) และการเปรียบเทียบเชิงพหุคูณ (Multiple comparison) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลสามารถสรุป
ได้ดังนี้ |
- สมรรถภาพด้านความรู้ (Cognitive Competencies) พบว่า ด้านความรู้พื้นฐานเพื่อการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นใน 4 กลุ่มวิชาพื้นฐานหลัก คือ ภาษาอังกฤษด้านการอ่าน การฟัง การพูด และการเขียน ด้านคอมพิวเตอร์ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ นั้นยังไม่เพียงพอและต้องเพิ่มเติมทั้ง 4 กลุ่มวิชา โดยทุกกลุ่มตัวอย่างประเมินว่าความรู้ภาษาอังกฤษด้านการฟังและการพูดมีค่าเฉลี่ยที่ต่ำที่สุด สำหรับความรู้พื้นฐานเพื่อการทำงานนั้นยังไม่เพียงพอและต้องเพิ่มเติมโดยเฉพาะความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ด้านการเขียนโปรแกรมเพื่อใช้ประโยชน์ และความรู้ภาษาอังกฤษด้านการสนทนาและการฟัง ส่วนความรู้พื้นฐานเชิงวิชาชีพทั้ง 3 สาขายังไม่เพียงพอและต้องเพิ่มเติม โดยที่สาขา พาณิชยการได้รับการประเมินว่าอยู่ในระดับที่สูงกว่ากลุ่มสาขาช่างยนต์และช่างไฟฟ้ากำลัง สำหรับในด้านความรู้เชิงวิชาชีพด้านความรู้เกี่ยวกับศัพท์เทคนิคพื้นฐานในสาขาวิชาชีพอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือในสาขาที่เรียนนั้นอยู่ในระดับมาก
- สมรรถภาพด้านทักษะ (Vocational Skill Competencies) พบว่าทักษะด้านการเลือกใช้เครื่องมือได้อย่างถูกต้องกับงาน กลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาประเมินตนเองว่ามีทักษะในการเลือกใช้เครื่องมือถูกต้องกับงานมาก ในขณะที่กลุ่มครูประเมินว่ามีทักษะดังกล่าวค่อนข้างมาก ส่วนผู้ประกอบการประเมินว่าอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น ส่วนทักษะด้านการประกอบและติดตั้งเครื่องมือทุกกลุ่มประเมินสอดคล้องกันคือ ผู้สำเร็จการศึกษามีทักษะด้านการประกอบและติดตั้งเครื่องมืออยู่ในระดับปานกลาง สำหรับทักษะด้านการใช้เครื่องมือแต่ละชนิดได้ถูกต้องตามหน้าที่ก็ได้รับการประเมินจากทุกกลุ่มว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างมาก ยกเว้นกลุ่มสถานประกอบการที่เห็นว่ายังอยู่ในระดับปานกลาง ในทักษะด้านการดูแลรักษาเครื่องมือนั้น ผู้สำเร็จการศึกษาที่เรียนต่อและกลุ่มที่เรียนด้วยทำงานด้วยเห็นว่าตนเองมีทักษะการดูแลรักษาเครื่องมืออยู่ในระดับค่อนข้างมาก ส่วนกลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาที่ทำงานเพียงอย่างเดียว กลุ่มสถานประกอบการ และกลุ่มครู เห็นว่ายังมีระดับทักษะดังกล่าวอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น โดยที่กลุ่มสถานประกอบการประเมินระดับทักษะการดูแลรักษาเครื่องมืออยู่ในระดับที่ต่ำกว่ากลุ่มอื่นๆ สำหรับทักษะด้านการซ่อมเครื่องมือที่ชำรุดนั้น ทุกกลุ่มมีความเห็นเช่นเดียวกันว่ายังอยู่ในระดับปานกลาง โดยกลุ่มสถานประกอบการประเมินให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่ากลุ่มอื่น และเมื่อพิจารณาทุกด้านในภาพรวมพร้อมกันจะพบว่า สถานประกอบการประเมินทักษะพื้นฐานด้านการใช้เครื่องมืออยู่ในระดับที่ต่ำกว่ากลุ่มตัวอย่างอื่นทุกด้าน ส่วนทักษะพื้นฐานเชิงวิชาชีพของผู้สำเร็จการศึกษาแต่ละสาขาพบว่า กลุ่มตัวอย่างทุกกลุ่มประเมินในทิศทางเดียวกันโดยสถานประกอบการประเมินระดับของสมรรถภาพด้านทักษะของผู้สำเร็จการศึกษาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ากลุ่มครูและกลุ่มผู้สำเร็จการศึกษา ในขณะที่ครูและผู้สำเร็จการศึกษามีระดับการประเมินสมรรถภาพด้านทักษะส่วนใหญ่ไม่แตกต่างกัน
- สมรรถภาพด้านลักษณะที่พึงประสงค์และเจตคติต่อวิชาชีพ (Traits Competencies)
ประกอบด้วย
- จิตสำนึกแห่งความปลอดภัย ผู้สำเร็จการศึกษาประเมินระดับของจิตสำนึกแห่งความปลอดภัยของตนเองสูงกว่าระดับการประเมินของสถานประกอบการและครู
- ความมีวินัย ผู้สำเร็จการศึกษาประเมินระดับของความมีวินัยของตนเองสูงกว่าระดับการประเมินของสถานประกอบการและครู โดยที่ความมีวินัยประกอบด้วย 4 ด้าน ดังนี้ ด้านการตรงต่อเวลานั้นทุกกลุ่มประเมินว่าผู้สำเร็จการศึกษามีการตรงต่อเวลาค่อนข้างจะดี ยกเว้นกลุ่มครูที่เห็นว่ายังอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น ด้านการทำงานเป็นระเบียบนั้นทุกกลุ่มประเมินว่าผู้สำเร็จการศึกษาทำงานเป็นระเบียบดี ยกเว้นกลุ่มครูเช่นกันที่เห็นว่าค่อนข้างดีเท่านั้น ด้านความรับผิดชอบ กลุ่มที่เรียนด้วยทำงานด้วยกับกลุ่มที่ทำงานเพียงอย่างเดียวต่างประเมินสอดคล้องกันว่าตนเองมีความรับผิดชอบดี ส่วนกลุ่มอื่นๆ ประเมินว่าอยู่ในระดับค่อนข้างดีเท่านั้น สำหรับด้านการแต่งกายนั้นทุกกลุ่มตัวอย่างมีระดับการประเมินที่คล้ายกันว่าผู้สำเร็จการศึกษาแต่งกายเป็นระเบียบเรียบร้อยดี
- การทำงานเป็นทีมผู้สำเร็จการศึกษาประเมินระดับของการทำงานเป็นทีมของตนเองสูงกว่าระดับการประเมินของสถานประกอบการและครู โดยที่การทำงานเป็นทีมของผู้สำเร็จการศึกษามีอยู่ 9 ด้าน ได้แก่ด้านมนุษยสัมพันธ์ ด้านความเคารพในสิทธิของผู้อื่น และด้านความเอื้ออาทรนั้นได้รับการประเมินจากกลุ่มตัวอย่างทุกกลุ่มว่าผู้ที่สำเร็จการศึกษาว่ามีลักษณะที่พึงประสงค์ทั้งสามด้านอยู่ในระดับดี ส่วนด้านภาวะผู้นำ/ผู้ตาม ด้านความคิดสร้างสรรค์ ด้านความอดทน ด้านไหวพริบปฏิภาณ และด้านทักษะการวางแผนนั้นทุกกลุ่มประเมินสอดคล้องเช่นเดียวกันว่าผู้ที่สำเร็จการศึกษาต่างก็มีลักษณะที่พึงประสงค์ทั้ง 5 ด้านอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี สำหรับด้านความเคารพในกฎ/กติกาของกลุ่มนั้นทุกกลุ่มต่างก็เห็นว่ามีระดับการประเมินที่สอดคล้องกันคือ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาไม่ค่อยเคารพกฎ/กติกาของกลุ่มมากนัก
- ความประณีต ผู้สำเร็จการศึกษาประเมินระดับของความประณีตของตนเองสูงกว่าระดับการประเมินของสถานประกอบการและครู
- ความขยันขันแข็ง ผู้สำเร็จการศึกษาประเมินตนเองสูงกว่าระดับการประเมินของสถานประ- กอบการและครู ส่วนสถานประกอบการประเมินผู้สำเร็จการศึกษาสูงกว่าครู ซึ่งทุกกลุ่มตัวอย่างประเมินว่าผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรมีความขยันและตั้งใจในการทำงานค่อนข้างดี
- ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผู้สำเร็จการศึกษาประเมินระดับของความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของตนเองสูงกว่าระดับการประเมินของสถานประกอบการและครู โดยมีระดับการประเมินที่แตกต่างกันคือ กลุ่มตัวอย่างที่สำเร็จการศึกษาทั้ง 3 กลุ่มต่างประเมินตนเองว่ามีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอยู่ในระดับดี ในขณะที่ผู้ประกอบการกับครูเห็นว่าอยู่ในระดับค่อนข้างดีเท่านั้น ซึ่งในภาพรวมนั้นแม้จะอยู่ในระดับที่ดี แต่ก็ยังคงมีความแตกต่างกันของระดับการประเมินคือ กลุ่มครูผู้สอนอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆ รองลงมาคือ กลุ่มสถานประกอบการ
- จิตสำนึกการให้บริการ ผู้สำเร็จการศึกษาและสถานประกอบการมีระดับการประเมินจิตสำนึกในการให้บริการไม่แตกต่างกัน ส่วนครูประเมินแตกต่างจากผู้สำเร็จการศึกษาและสถานประกอบการ โดยที่ครูจะประเมินระดับจิตสำนึกในการให้บริการอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าผู้สำเร็จการศึกษาและสถานประกอบการ ซึ่งลักษณะที่พึงประสงค์ด้านจิตสำนึกแห่งการให้บริการของผู้สำเร็จการศึกษาทั้ง 3 ด้าน พบว่าด้านการใช้วาจานั้นกลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาประเมินว่าตนเองมีการใช้วาจาอยู่ในระดับดีมาก ในขณะที่สถานประกอบการประเมินว่าอยู่ในระดับดี ส่วนกลุ่มครูประเมินว่าอยู่ในระดับค่อนข้างดีเท่านั้น ด้านมารยาทในการให้บริการ กลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาประเมินว่าตนเองมีมารยาทในการให้บริการอยู่ในระดับดีมาก ในขณะที่กลุ่มอื่นๆ เห็นว่าอยู่ในระดับดีเท่านั้น สำหรับด้านความรับผิดชอบในงาน กลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาประเมินว่าตนเองมีความรับผิดชอบในงานอยู่ในระดับดีมาก ในขณะที่กลุ่มอื่นๆ ประเมินอยู่ในระดับดีเท่านั้น และเมื่อพิจารณาในภาพรวมแล้วกลุ่มผู้สำเร็จการศึกษามีระดับการประเมินตนเองสูงที่สุดในจิตสำนึกการให้บริการทุกๆ ด้าน ในขณะที่ครูประเมินว่าผู้สำเร็จการศึกษามีระดับจิตสำนึกในการให้บริการต่ำกว่าการประเมินโดยกลุ่มอื่น ๆ ทุกด้าน
- ความซื่อสัตย์ในการให้บริการ ผู้สำเร็จการศึกษาประเมินระดับของความซื่อสัตย์ในการให้บริการของตนเองสูงกว่าสถานประกอบการและครู ส่วนสถานประกอบการประเมินระดับของความซื่อสัตย์ในการให้บริการของผู้สำเร็จการศึกษาสูงกว่าครู ซึ่งความซื่อสัตย์ของผู้สำเร็จการศึกษา 4 ด้านคือ ด้านความซื่อสัตย์ในการให้บริการนั้นผู้ที่สำเร็จการศึกษาทั้ง 3 กลุ่มมีความเห็นเหมือนกันคือตนเองมีความซื่อสัตย์ในการให้บริการอยู่ในระดับดีมาก แต่ผู้ประกอบการและครูประเมินว่าอยู่ในระดับดี ด้านความผูกพันต่อองค์กรและการอุทิศตนและทุ่มเทให้กับองค์กรพบว่าทั้ง 3 กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับองค์กรการทำงานมีระดับการประเมินที่สอดคล้องกันคือ ความผูกพันต่อองค์กร การอุทิศตนและทุ่มเทให้กับองค์กรอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น ส่วนด้านความภักดีต่อองค์กร กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการทำงานต่างประเมินสอดคล้องกันว่าผู้ที่สำเร็จการศึกษามีความภักดีต่อองค์กรอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ซึ่งสถานประกอบการจะประเมินให้ในระดับที่ต่ำกว่ากลุ่มอื่นทุกด้าน
- เจตคติต่อวิชาชีพของผู้สำเร็จการศึกษาทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วย การเห็นคุณค่าของวิชาชีพ การรับรู้ความมั่นคงในวิชาชีพ การเห็นความก้าวหน้า และการทำงานอย่างมีความสุข ต่างมีเจตคติต่อวิชาชีพทั้ง 4 ด้านอยู่ในระดับที่ดีและเมื่อเปรียบเทียบกันเองจะพบว่ากลุ่มผู้ที่ทำงานมีระดับเจตคติต่อวิชาชีพต่ำกว่ากลุ่มอื่นๆ ในทุกด้าน ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่เรียนต่อและกลุ่มที่เรียนด้วยทำงานด้วยมีระดับเจตคติที่สอดคล้องกันมาก
4. การระบุสมรรถภาพที่ไม่เพียงพอของนักเรียนที่สำเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพของโรงเรียนเอกชนประเภทอาชีวศึกษา จำแนกตามสมรรถภาพในแต่ละด้าน ดังนี้
- สมรรถภาพด้านความรู้ สามารถสรุปโดยจำแนกตามสาขาวิชา ดังนี้
- สมรรถภาพด้านความรู้ของสาขาช่างยนต์ พบว่า ผู้สำเร็จการศึกษาสาขา
ช่างยนต์มีสมรรถภาพด้านความรู้ทุกด้านยังไม่เพียงพอ
- สมรรถภาพด้านความรู้ของสาขาช่างไฟฟ้ากำลัง พบว่า ผู้สำเร็จการศึกษาสาขาช่างไฟฟ้ากำลังมีสมรรถภาพด้านความรู้ทุกด้านเพียงพอแล้ว
- สมรรถภาพด้านความรู้ของสาขาพาณิชยการ พบว่า ผู้สำเร็จการศึกษาสาขาพาณิชยการมีสมรรถภาพด้านความรู้พื้นฐานเชิงวิชาชีพเพียงพอแล้วเพียงด้านเดียว ส่วนด้านความรู้พื้นฐานเพื่อการทำงานและด้านความรู้เชิงวิชาชีพสาขาพาณิชยการนั้นยังมีไม่เพียงพอ
- สมรรถภาพด้านทักษะ สามารถสรุปโดยจำแนกตามสาขาวิชา ดังนี้
- สมรรถภาพด้านทักษะของสาขาช่างยนต์ พบว่า ผู้สำเร็จการศึกษาสาขาช่างยนต์มีสมรรถ-ภาพด้านทักษะการใช้เครื่องมือยังไม่เพียงพอ ส่วนด้านทักษะเชิงวิชาชีพสาขาช่างยนต์เพียงพอแล้ว
- สมรรถภาพด้านทักษะของสาขาช่างไฟฟ้ากำลังพบว่า ผู้สำเร็จการศึกษาสาขาช่างไฟฟ้ากำลังมีสมรรถภาพด้านทักษะการใช้เครื่องมือยังไม่เพียงพอ ส่วนด้านทักษะเชิงวิชาชีพสาขาช่างไฟฟ้ากำลังเพียงพอแล้ว
- สมรรถภาพด้านทักษะของสาขาพาณิชยการพบว่า ผู้สำเร็จการศึกษาสาขาพาณิชยการมีสมรรถภาพด้านทักษะการใช้เครื่องมือและด้านทักษะเชิงวิชาชีพสาขาพาณิชยการยังไม่เพียงพอ
- สมรรถภาพด้านลักษณะที่พึงประสงค์ ประกอบด้วยลักษณะที่พึงประสงค์ 8
|
ได้แก่ด้านจิตสำนึกแห่งความปลอดภัย ความมีวินัย การทำงานเป็นทีม ความประณีต ความขยันขันแข็ง จิตสำนึกการให้บริการ ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและความซื่อสัตย์ในการให้บริการ ผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า สมรรถภาพด้านลักษณะที่พึงประสงค์ทุกด้านของผู้สำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพทุกสาขายังไม่เพียงพอ โดยผลกลุ่มครูและสถานประกอบการประเมินสอดคล้องกันทุกด้าน ยกเว้นด้านจิตสำนึกการให้บริการซึ่งกลุ่มสถานประกอบการเห็นว่ามีอยู่เพียงพอแล้ว แต่กลุ่มครูเห็นว่ายังมีไม่เพียงพอ
|