Research Abstracts

RESEARCH ABSTRACTS


     

ชื่อเรื่อง การศึกษาโครงการเงินกู้ตามมาตรการสนับสนุนการจัดตั้ง/ขยาย
และพัฒนาสถานศึกษาเอกชน (โครงการเงินกู้ 20,000 ล้านบาท)
สาขาวิชา ศึกษาศาสตร์
นักวิจัย ปรีชา เมธาวัสรภาคย์
หน่วยงาน ศูนย์วิจัยทางสังคมศาสตร์ สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
ปีที่ศึกษา มีนาคม 2543 – มกราคม 2544
ประเภทเอกสาร ผลงานวิจัย
จำนวนหน้า 69
แหล่งทุน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ
คำสำคัญ มาตรการสนับสนุนการจัดตั้ง ขยายและพัฒนาสถานศึกษาเอกชน
ลิขสิทธิ์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ
 
บทคัดย่อ
 

       การวิจัยเรื่อง “การศึกษาโครงการเงินกู้ตามมาตรการสนับสนุนการจัดตั้ง/ขยายและพัฒนาสถานศึกษาเอกชน (โครงการเงินกู้ 20,000 ล้านบาท)” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์โครงการเงินกู้ในด้านต่าง ๆ ดังนี้
(1)ความต้องการกู้เงินและความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนต่อโครงการ
เงินกู้ตามมาตรการสนับสนุนการจัดตั้ง/ขยายและพัฒนาสถานศึกษาเอกชน
(2) ความเหมาะสมของหลักเกณฑ์การกู้เงินและกระบวนการดำเนินงานของโครงการ
(3) สาเหตุที่ทำให้โครงการขอกู้เงินไม่ได้รับอนุมัติเงินกู้
(4) ความก้าวหน้าของโครงการที่ได้รับอนุมัติเงินกู้
(5) ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ

       การวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพเป็นหลักและการวิจัยเชิงปริมาณเสริมในบางประเด็น การเก็บรวบรวมข้อมูลจึงประกอบด้วยการวิเคราะห์เอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึกทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ และการวิจัยสำรวจโดยใช้แบบสอบถาม 3 ชุด คือ ชุดที่ 1 ใช้สำหรับสถานศึกษาเอกชนทั่วไป ชุดที่ 2 ใช้สำหรับสถานศึกษาเอกชนที่ได้รับอนุมัติเงินกู้จากโครงการ ชุดที่ 3 ใช้สำหรับสถานศึกษาเอกชนที่ไม่ได้รับอนุมัติเงินกู้จากโครงการ
       การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นการวิเคราะห์เนื้อหา(content analysis) และใช้สถิติพื้นฐาน เช่นร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าฐานนิยม (mode) ช่วยวิเคราะห์เสริมในบางประเด็น ผลการวิจัยสามารถสรุปได้ดังนี้
ความต้องการเงินกู้และความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนต่อโครงการเงินกู้
  • ความต้องการเงินกู้ของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนมีอยู่ค่อนข้างสูง กล่าวคือมีความสนใจที่จะขอกู้เงินสูงถึงร้อยละ 58.3 โดยกู้เพื่อจัดตั้งสถานศึกษาใหม่ร้อยละ 27.9 ของกลุ่มที่สนใจ ในวงเงินส่วนใหญ่ 20 ล้านบาท กู้เพื่อขยาย/พัฒนาสถานศึกษาร้อยละ 94.2 ในวงเงินส่วนใหญ่ 10 ล้านบาท และกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินร้อยละ 48.6ในวงเงินส่วนใหญ่ 5 ล้านบาท
  • แรงจูงใจที่ทำให้เกิดความสนใจในการกู้เงินจากโครงการเรียงตามลำดับความสำคัญคือ มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ มีระยะเวลาในปลอดชำระหนี้เงินต้นนาน และมีเงื่อนไขในการขอกู้ที่ดี ส่วนสาเหตุที่ไม่สนใจกู้เงินจากโครงการเรียงตามลำดับความสำคัญคือ มีกระบวนการและเงื่อนไขในการกู้มากเกินไป ไม่มั่นใจว่าจะได้รับการอนุมัติให้กู้ และไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงิน
  • ความคิดเห็นเกี่ยวกับการกู้เพื่อเปลี่ยนแหล่งเงินกู้ (Refinance) ร้อยละ 80.1 เห็นด้วยที่จะให้มีการกู้เงินจากโครงการเพื่อเปลี่ยนแหล่งเงินกู้ ทั้งนี้ร้อยละ 39.5 มีภาระหนี้สินอยู่กับสถาบันการเงินอื่นในวงเงินต่ำกว่า 5 ล้านบาท ส่วนเงื่อนไข/หลักเกณฑ์และรายละเอียดในการเสนอโครงการส่วนใหญ่จะเห็นด้วยตามที่เคยปฏิบัติ แต่อาจจะต้องเปลี่ยนแปลงในบางประเด็นเมื่อใช้กับโครงการที่มีระดับการศึกษาต่างกัน หรือการกู้จัดตั้งสถานศึกษาใหม่และขยาย/พัฒนา เช่นสัดส่วนนักศึกษาที่ถือสัญชาติไทย สัดเงินกู้กับเงินลงทุน สัดส่วนเงินกู้กับหลักทรัพย์ค้ำประกัน ระยะเวลาในการพิจารณาอนุมัติ เป็นต้น
ความเหมาะสมของโครงการและกระบวนการดำเนินงาน
  • จุดแข็งของโครงการ ประกอบด้วย อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าสินเชื่อประเภทอื่น ๆ มีระยะเวลาปลอดการชำระเงินต้น 5 ปี สิทธิประโยชน์ด้านภาษีเงินได้ สิทธิประโยชน์ด้านภาษีศุลกากร สิทธิประโยชน์ด้านที่ดิน สิทธิประโยชน์ด้านการผ่อนผันระเบียบกฎเกณฑ์ของกระทรวงศึกษาธิการ ทบวงมหาวิทยาลัย กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมที่เกี่ยวกับศึกษา
  • จุดอ่อนของโครงการ คือขาดความสอดคล้องระหว่างเหตุผล/ความจำเป็นของนโยบายกับเงื่อนไขโครงการ ขาดการเน้นจุดขายโครงการที่เด่นชัด ไม่เปิดโอกาสในการกู้เพื่อเปลี่ยนแหล่งเงินกู้ การประชาสัมพันธ์ไม่สอดคล้องกับโครงการสินเชื่อ ประเมินหลักทรัพย์ค้ำประกันต่ำ ไม่มีเจ้าของโครงการที่แท้จริง กระบวนการบริหารและการพิจารณาโครงการซับซ้อน สัดส่วนเงินกู้กับเงินลงทุนต่ำ ขาดความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติ
  • โอกาส การเปิดโอกาสให้กู้เพื่อขยายและพัฒนาเป็นจุดขายใหม่เนื่องจากสอดคล้องกับพระราช-บัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่กำหนดให้มีการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี และการศึกษาขั้น
       พื้นฐาน 12 ปีซึ่งหากกำหนดกลุ่มเป้าหมายไปที่โรงเรียนอนุบาลและประถมศึกษาซึ่งมีจำนวนมากให้ขยายการศึกษาออกไปครอบคลุมการศึกษาดังกล่าว และดำเนินกลยุทธ์ในเชิงรุกให้กลุ่มเป้าหมายได้เข้าใจและมั่นใจต่อการศึกษาเอกชนในอนาคตจะเป็นโอกาสที่เหมาะสมอีกกลุ่มหนึ่ง
  • ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำภาคเอกชนชะลอการลงทุน การปฏิรูปการศึกษา ในส่วนของสถานศึกษาเอกชน นอกจากการชะลอตัวของการลงทุนอันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจแล้ว ยังเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจเกี่ยวกับการศึกษาเอกชนอันเนื่องมาจากกระแสการปฏิรูปการศึกษา คู่แข่งทางอ้อม ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภทคือ สถาบันการเงิน ซึ่งปล่อยสินเชื่อเพื่อธุรกิจโดยทั่วไปและกองทุนกู้ยืมของหน่วยงานที่ควบคุมดูแลสถานศึกษาต่าง ๆ
สาเหตุที่ทำให้โครงการขอกู้เงินไม่ได้รับอนุมัติเงินกู้
       ผู้กู้ไม่เข้าใจขอบข่ายข้อมูลที่ต้องเขียนหรือจัดทำโครงการเพื่อเสนอให้คณะกรรมการประกอบการพิจารณา โครงการมีปัญหาเรื่องที่ดิน ปัญหาเรื่องหลักสูตร ปัญหาเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน ปัญหาเรื่องวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการ ปัญหาเกี่ยวกับเอกสารการเงิน งบประมาณ ปัญหาการติดต่อประสานงานกับเจ้าของโครงการ และปัญหาขาดความชัดเจนเกี่ยวกับการประมาณการนักเรียน
ความก้าวหน้าของโครงการที่ได้รับการอนุมัติเงินกู้
โครงการที่ได้รับอนุมัติเงินกู้ส่วนใหญ่จะดำเนินการไปได้ตามเป้าหมายหรือใกล้เคียงกับที่ได้นำเสนอไว้ ส่วนที่มีปัญหามีอยู่ 2 ลักษณะคือ
  • ความล่าช้าของโครงการ ซึ่งมีสาเหตุมาจากความล่าช้าในกระบวนการกู้เงิน 2 ประการคือความล่าช้าในการพิจารณาอนุมัติให้กู้เงิน และความล่าช้าในการอนุมัติจ่ายเงินของธนาคารออมสินทำให้โครงการก่อสร้างต้องล่าช้าออกไป
  • การดำเนินงานไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนดรวมทั้งการชำระหนี้เงินกู้ มีสาเหตุหลักมาจากการที่ไม่สามารถรับนักเรียนได้ตามเป้าหมาย นักเรียนชำระค่าเล่าเรียนช้า และการออกกลางคันของนักเรียน
ปัญหา อุปสรรค ในการดำเนินโครงการ
       มีสาเหตุหลักมาจากปัญหาการบริหารจัดการ เนื่องจากการแปลงมาตรการดังกล่าวมาสู่การปฏิบัติไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในทางปฏิบัติ เพราะมาตรการดังกล่าวมิใช่เป็นการ “จัดตั้งกองทุนเพื่อการศึกษา” แต่เป็นมาตรการจัดหาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำมาสนับสนุนการจัดตั้ง/ขยายและพัฒนาสถานศึกษาเอกชน ซึ่งเป็นลักษณะของ “โครงการสินเชื่อเพื่อการศึกษา” และมติของคณะรัฐมนตรีที่ให้ธนาคารออมสินเป็นผู้ดำเนินการปล่อยกู้ในวงเงิน 20,000 ล้านบาทนั้น แสดงให้เห็นว่าธนาคารออมสินเป็นเจ้าโครงการนี้โดยที่จะต้องดำเนินการในการบริหารจัดการ การดำเนินการของ 4 กระทรวงหลัก จึงควรเป็นการดำเนินการช่วยเหลือสถานศึกษาที่ต้องการกู้เงินเพื่อให้การจัดทำโครงการสอดคล้องกับมาตรการดังกล่าว ขณะเดียวกันก็จะต้องกระตุ้นให้ธนาคารออมสินดำเนินการปล่อยสินเชื่อให้กับสถาบันการศึกษา

 

   

Suvarnabhumi Campus, 16th Floor, CL Building
Bangna-Trad KM.26, Bang Sao Thong, Samutprakarn 10540
Tel. (662) 723-2163-8 Fax. (662) 707-0406
E-mail : riau@au.edu