| ชื่อเรื่อง |
การประเมินโครงการ การสอนภาษาอังกฤษระดับชั้นประถมศึกษา
ปีที่ 1 ถึง 6 ของโรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม
โดยใช้หลักสูตรต่างประเทศ |
| สาขาวิชา |
ศึกษาศาสตร์ |
| นักวิจัย |
โกสุม โอพรนุวัฒน์ และ อัญชลี ศรีธัญรัตน์ |
| หน่วยงาน |
ศูนย์วิจัยทางสังคมศาสตร์ สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ |
| ปีที่ศึกษา |
กรกฎาคม 2544 - พฤศจิกายน 2544 |
| ประเภทเอกสาร |
ผลงานวิจัย |
| จำนวนหน้า |
104 |
| แหล่งทุน |
โรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม |
| คำสำคัญ |
การสอนภาษาอังกฤษ ความสามารถทางภาษา |
| ลิขสิทธิ์ |
โรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม |
| |
| บทคัดย่อ |
| |
| การวิจัยเรื่อง "การประเมินโครงการการสอนภาษาอังกฤษระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 ของโรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม โดยใช้หลักสูตรต่างประเทศ" (Pittwater House International Master English Program - PHIMEP) มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพการดำเนินงาน ปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินโครงการ PHIMEP 2) เพื่อศึกษาความสามารถทางภาษาอังกฤษของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ PHIMEP และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ปกครองและนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ PHIMEP |
| การวิจัยครั้งนี้ได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยคือ |
ส่วนที่ 1 การวิเคราะห์สภาพการดำเนินงาน ปัญหา และอุปสรรค์ของการดำเนินโครงการ PHIMEP เป็นวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพที่เก็บรวบรวมจากการวิจัยเอกสาร การสังเกต และการสัมภาษณ์เจาะลึก
ครูผู้สอนชาวต่างประเทศและผู้บริหารของโครงการ PHIMEP |
| ส่วนที่ 2 เป็นการศึกษาความสามารถทางภาษาอังกฤษของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ PHIMEP ใช้การวิจัยเชิงทดลองแบบ Pre-Experiment ศึกษาเปรียบเทียบความสามารถทางภาษาของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ และไม่เข้าร่วมโครงการ PHIMEP มีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 ที่เข้าร่วมโครงการ PHIMEP ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ หรือนักเรียนที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการเลยเป็นกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ทั้งนี้ การทดสอบแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การทดสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษด้านไวยากรณ์ การใช้ภาษา คำศัพท์ และการอ่านจับใจความ โดยใช้แบบทดสอบความสามารถทางภาษาเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล อีกส่วนเป็นการทดความสามารถทางภาษาด้านการฟังและการพูด ใช้การสัมภาษณ์โดยผู้เชี่ยวชาญ โดยมีแนวทางการสัมภาษณ์และเกณฑ์การให้คะแนนจาก TOEIC เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล |
| ส่วนที่ 3 เป็นการวิจัยเชิงสำรวจเพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ปกครองและนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ PHIMEP โดยใช้แบบสอบถาม 2 ชุด เป็นเครื่องมือในการรวมรวมข้อมูล |
| ผลการวิจัยสรุปได้ว่า เป้าหมายหลักของโครงการ PHIMEP คือ การพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถเข้าใจภาษาอังกฤษและสื่อสารกันได้ด้วยภาษาอังกฤษที่ดี โดยเน้นที่การฟังและการพูดเป็นหลัก และเสริมทักษะการอ่านและการเขียนด้วย ซึ่งจากการทดสอบความสามารถทั้ง 2 ส่วน พบว่า นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ PHIMEP อย่างน้อย 400 ชั่วโมง มีความสามารถทางภาษาอังกฤษจริง และมีความสามารถทางภาษาอังกฤษสูงกว่านักเรียนที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ PHIMEP ในทุกด้าน ทั้งทางด้านไวยากรณ์และการใช้ การใช้ภาษา คำศัพท์ การอ่านจับใจความ การฟัง และการพูด จึงกล่าวได้ว่า โครงการ PHIMEP ได้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ |
| สำหรับความคิดเห็นของผู้ปกครองที่มีต่อโครงการ PHIMEP นั้น พบว่า ผู้ปกครองคิดว่า ค่าใช้จ่ายในการเรียนโครงการ PHIMEP เหมาะสมดี อีกทั้งโครงการ PHIMEP สามารถพัฒนาความรู้และทักษะภาษาอังกฤษให้นักเรียนได้คุ้มค่ากับจำนวนเงินที่ได้จ่ายไป และผู้ปกครองยังคิดว่าโครงการ PHIMEP ค่อนข้างจำเป็นสำหรับการพัฒนาความรู้และทักษะภาษาอังกฤษของนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ และเมื่อถูกถามว่า หากไม่คำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ นอกจากการพัฒนาความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษแล้ว ผู้ปกครองเกือบทั้งหมดยินดีส่งบุตรหลานเข้าเรียนโครงการ PHIMEP แน่นอน |
| นอกจากนั้น ยังพบว่า ก่อนตัดสินใจให้นักเรียนเข้าร่วมโครงการ PHIMEP ผู้ปกครองมีความคาดหวังเกี่ยวกับความสามารถทางภาษาของนักเรียนในด้านทักษะการพูดมากที่สุด รองลงมา คือ ความคาดหวังเรื่องความกล้าแสดงออกทางภาษาอังกฤษ ส่วนการประเมินผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในตัวนัก-เรียนหลังจากที่เข้าร่วมโครงการแล้วนั้น ผู้ปกครองประเมินว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นค่อนข้างสูง คือ ทักษะการพูดภาษาอังกฤษ ทักษะการเขียน ทักษะการอ่าน ทักษะการฟัง และความเข้าใจภาษาอังกฤษ ส่วนด้านความสนใจต่อสิ่งรอบตัวที่เป็นภาษาอังกฤษและความกล้าแสดงออกทางภาษา ผู้ปกครองประเมินว่าเกิดผลลัพธ์ค่อนข้างต่ำ |
| ในส่วนของความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อโครงการ PHIMEP นั้น พบว่า นักเรียนมีความคิดเห็นต่อโครงการในเชิงบวกในทุก ๆ ด้าน คือ ด้านการเรียนการสอน เทคนิควิธีการสอน ด้านการวัดผล และประเมินผลนักเรียน ด้านสื่อประกอบการเรียนการสอน และด้านพฤติกรรมของครู ลักษณะเด่นของโครงการ PHIMEP ตามการประเมินของนักเรียน คือ ครูชมเชยนักเรียนเมื่อทำในสิ่งที่ถูกต้อง วิธีการสอนที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ซักถามในห้องเรียน และครูเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในชั้นเรียน เป็นต้น จากลักษณะดังกล่าว แสดงถึงการเรียนการสอนของโครงการ PHIMEP ใช้แนวทาง Communicative Approach ที่มีนักเรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอน |
| นักเรียนยังมีความพึงพอใจต่อพฤติกรรมของครู โดยสรุปได้ว่า ลักษณะเด่นของครูของโครงการ PHIMEP คือ การแต่งกายสุภาพ การอบรมนักเรียนให้เป็นเด็กดี ครูมีการเตรียมความพร้อมก่อนสอน ตรงเวลา มีความสามารถทางการสอน มีมนุษยสัมพันธ์ เป็นแบบอย่างที่ดี และให้ความรักและเอาใจใส่นักเรียน |
| อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ควรมีการพิจารณาปรับปรุง คือ การส่งเสริมความสนใจต่อสิ่งรอบตัวที่เป็นภาษาอังกฤษ และความกล้าแสดงออกทางภาษาอังกฤษของนักเรียน เนื่องจากผู้ปกครองมีระดับความพึงพอใจต่อทั้งสองด้านนี้ต่ำที่สุด ถึงแม้ว่า ผลจากการสังเกตการเรียนการสอนในชั้นเรียน และการสัมภาษณ์ครูผู้สอนของหมวดวิชาภาษาอังกฤษของโรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม จะพบว่า นักเรียนกล้าแสดงความคิดเห็น กล้าซักถาม และกล้าที่จะกล่าวคำทักทายกับครูชาวต่างชาติ ข้อมูลที่ขัดแย้งกันนี้ ชี้ให้เห็นว่า การแสดงออกทางภาษาอังกฤษของนักเรียนภายในสภาพแวดล้อมของโรงเรียนมีมากกว่าสภาพแวดล้อมภายนอกโรงเรียน ดังนั้น จึงควรมีการส่งเสริมให้นักเรียนมีความสนใจต่อสิ่งรอบตัวที่เป็นภาษาอังกฤษมากขึ้น และกล้าแสดงออกมากขึ้นทั้งภายในและภายนอกสภาพแวดล้อมของโรงเรียน |
| นอกจากนั้น ผลจากการประเมินของนักเรียน พบว่า นักเรียนมีความคิดเห็นที่หลากหลายในสองประเด็นคือ ครูรักและสนใจเฉพาะนักเรียนบางคน และการควบคุมอารมณ์โกรธของครู ชี้ให้เห็นว่า นักเรียนบางคนรู้สึกถึงการดูแลเอาใจใส่ที่ยังไม่ทั่วถึง จึงควรมีการปรับปรุงในประเด็นนี้ อีกทั้งเรื่องการควบคุมอารมณ์โกรธของครู ซึ่งมีคะแนนน้อยกว่าพฤติกรรมด้านอื่น ๆ ควรมีการปรับปรุงเช่นกัน |
| ประเด็นที่ควรพิจารณาปรับปรุงอย่างยิ่งอีกประเด็น คือ การปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูของโครงการ PHIMEP กับ ครูของโรงเรียนอัสสัมชัญ พบว่า ครูทั้งสองกลุ่มนี้มีปฏิสัมพันธ์กันน้อยมาก ควรส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ ปรึกษาร่วมกันด้านหลักสูตร เทคนิควิธีการสอน และพฤติกรรมของนักเรียน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตัวนักเรียน |
| กล่าวโดยสรุปแล้ว โครงการ PHIMEP ประสบความสำเร็จในการเสริมสร้างความสามารถทางภาษาอังกฤษของนักเรียน ประกอบกับผู้ปกครองและนักเรียนมีความพึงพอใจต่อโครงการ PHIMEP ในภาพรวม จึงควรให้มีการดำเนินโครงการ PHIMEP ต่อไป |